เมนู

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ พวกเทวดาชื่อ
อุณหวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทวดาพวกนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ
พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ความร้อนย่อมมี เพราะ
อาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้ความร้อนมีในบางคราว.
จบ อุณหวลาหกสูตรที่ 54

อรรถกถาสูตรที่ 54



บทว่า อพฺภํ โหติ ความว่า มีมณฑปเมฆ (กลุ่มเมฆ).
แม้ในสูตรนี้ เมฆที่ก่อตัวขึ้น ในวัสสานฤดู (ฤดูฝน) และในสิสิรฤดู
(ฤดูหนาว) เป็นเมฆตามปกติ (ธรรมดา) นั่นเอง มีฤดูเป็นสมุฏฐาน.
ส่วนเมฆหนา1 ในฤดูมีเมฆนั่นแหละ ที่บดบังพระจันทร์และ
พระอาทิตย์ ทำให้มืดมิดหมด เป็นเวลาถึง 7 สัปดาห์ และเมฆใน
เดือด 5 เดือน 6 ชื่อว่าเมฆที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพของเทวดา.
จบ อรรถกถาสูตรที่ 54

55. อัพภวลาหกสูตร



[552] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้เมฆหมอกมีในบางคราว พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่า
อัพภวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทวดาพวกนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ
1. ปาฐะว่า อพฺภํ ฉบับพม่าเป็น อภิอพฺภํ แปลตามฉบับพม่า.

พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น เมฆหมอกย่อมมี เพราะ
อาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ
เป็นปัจจัยให้เมฆหมอกมีในบางคราว.
จบ อัพภวลาหกสูตรที่ 55

อรรถกถาสูตรที่ 55



บทว่า วาโต โหติ ความว่า ลมตามปกติที่พัดมา
จากทิศเหนือ และจากทิศใต้เป็นต้น ที่มีในฤดูนั้น นี้เป็นลมมีฤดูเป็น
สมุฏฐานนั่นเอง ส่วนลมแรงที่พัดทำลายต้นไม้เป็นต้น และลมที่เกิดขึ้น
ผิดฤดูกาล อย่างอื่นนี้ชื่อว่า ลมที่เกิดด้วยอานุภาพเทวดา.
จบ อรรถกถาอัพภวลาหกสูตรที่ 55

56. วาตวลาหกสูตร



[553] กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ลมมีในบางคราว พระเจ้าข้า ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่า
วาตวลาหกมีอยู่ เมื่อใด เทวดาพวกนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ
พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ลมย่อมมี เพราะอาศัย
ความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น ดูก่อนภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย
ให้ลมมีในบางคราว.
จบ วาตวลาหกสูตรที่ 56